เลือก โรงเรียนอนุบาล ให้ลูก เลือกหลักสูตรไหนดีนะ?

เลือก โรงเรียนอนุบาล ให้ลูก เลือกหลักสูตรไหนดีนะ? คุณพ่อคุณแม่หลายท่าน ที่มีลูกในวัยที่กำลังจะเข้าเรียนระดับชั้นอนุบาล และกำลัง เลือกโรงเรียนอนุบาลให้ลูก คงมีข้อมูลของโรงเรียนแต่ละโรงเรียนต่าง ๆ มากมายให้เลือกตัดสินใจกัน ว่าลูกของตัวเองจะเหมาะสมกับโรงเรียนแนวไหน

ซึ่งก่อนที่จะตัดสินใจเลือกแนวการเรียนสอนของโรงเรียนนั้น ๆ ที่จะให้ลูกได้เข้าเรียน เรามาทำความรู้จักกับหลักสูตรของโรงเรียนอนุบาลในแบบต่าง ๆ กันค่ะ

โดยทั่วไป ในประเทศไทย มีหลักสูตรการเรียนการสอน ประมาณ 4 แบบ หลัก ๆ ดังนี้

เป็นแนวการเรียนการสอนแบบโครงงาน ที่เน้นให้เด็กเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างลึกซึ้งจากโครงงานที่ได้ทำ ตามความสนใจของเด็ก หลักสูตรแบบโครงงานนี้จะให้เด็กเป็นศูนย์กลาง (Child Centered) โดยมีครูเป็นผู้ชี้นำ สนับสนุนการเรียนรู้ และกระตุ้นความสนใจให้กับเด็ก ส่วนเด็กๆ จะมีหน้าที่ตั้งคำถาม สืบเสาะ ค้นคว้าข้อมูล และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงเช่น เด็กมีความสนใจในเรื่องของผีเสื้อ ก็จะให้เด็กได้วาดภาพหรือบรรยายเกี่ยวกับผีเสื้อที่เด็กรู้จักตามความคิดของเด็กๆก่อน จากนั้นจึงให้เด็กทำการสืบค้น โดยอาจเรียนรู้จากการเดินชมสวนของโรงเรียน สังเกตุพฤติกรรมของผีเสื้อ พร้อมตั้งปัญหา หรือข้อสงสัย และหาคำตอบจากแหล่งข้อมูลต่างๆเช่น สอบถามคนสวน หรือจากหนังสือภาพสารคดี เป็นต้น เสร็จแล้วรวบรวมข้อมูล สรุปเป็นรายงาน และอาจมีบรรยายหน้าชั้นเรียนด้วย

โรงเรียนวิถีพุทธ
โรงเรียนแนววิถีพุทธ จะใช้แนวคิดและหลักธรรมคำสอนของพุทธศาสนาผสมผสานในหลักสูตรการเรียนการสอน โดยการนำกิจกรรมทางพุทธศาสนามาใช้ในการพัฒนานักเรียน ได้แก่ การนั่งสมาธิ การให้พระสงฆ์มาสอนในวิชาสังคมศาสตร์ เพื่อช่วยอบรมจิตใจ เป็นต้น จะสอนตามหลักสูตรแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ แต่เน้นการบูรณาการตามหลักไตรสิกขาและ ใช้หลักศีล สมาธิ ปัญญาในการพัฒนาเด็ก ๆ ในด้านต่าง ๆ ด้วย ซึ่งครูผู้สอนและครูที่ดูแลเด็ก ต้องมีความเข้าใจในหลักธรรมคำสอนเป็นอย่างดี สามารถนำหลักธรรมคำสอนมาประยุกต์ใช้ในการอบรมเด็กได้

ระยะหลังๆเรามักได้ยินหลักสูตรการเรียนการสอนแนวมอนเตสเซอรี่อยู่บ่อยๆ ซึ่งการเรียนการสอนแนวมอนเตสเซอรี่นี้ จะเน้นการสอนจากความสนใจและความต้องการของเด็กในแต่ละวัย โดยจะให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรมและการเคลื่อนไหวต่างๆผ่านอุปกรณ์ที่มีในชั้นเรียน ไม่เน้นการเรียนในหนังสือ จะเน้นอุปกรณ์มากกว่า โดยหลักๆ แนวการเรียนการสอนแนวมอนเตสเซอรี่ จะแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มย่อยๆ คือ

กลุ่มวิชาการ ด้านคณิตศาสตร์และภาษา จะมีอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการพัฒนาในด้านวิชาการนี้ ให้เด็กได้เรียนรู้
กลุ่มประสาทสัมผัส เน้นการพัฒนาประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของเด็ก จากอุปกรณ์ต่างๆ
กลุ่มประสบการณ์ชีวิต เน้นการช่วยเหลือตัวเองของเด็ก ในเรื่องต่างๆ พัฒนาทักษะในการใช้ชีวิตประจำวัน
การเรียนการสอนแนวมอสเตสเซอรี่ ครูจะเป็นผู้กระตุ้นให้นักเรียน อยากเรียนรู้ ผ่านทางอุปกรณ์ต่างๆ โดยครูผู้สอนเอง ต้องมีความชำนาญในการใช้อุปกรณ์นั้นๆด้วย

อีกหนึ่งหลักสูตรที่ได้ยินบ่อยๆ ไม่แพ้แนวมอนเตสเซอรี่เลย ก็ คือ การเรียนการสอนแนววอลดอร์ฟ เป็นหลักสูตรที่เน้นการเรียนการสอนผ่านการเล่น หรือทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ศิลปะ พละ ดนตรี และนิทาน เป็นต้น โดยเน้นการเสริมสร้างความคิดและจินตนาการ และบูรณาการวิชาการไปกับกิจกรรมต่างๆนั้น ไม่เน้นการสอนวิชาการจริงจัง สอนให้เด็กเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ ปลูกผัก รดน้ำต้นไม้ มีกิจกรรมทั้งกลางแจ้งและในร่ม และใช้กิจกรรมต่างๆเป็นตัวช่วยในการฝึกสมาธิให้กับเด็ก เช่น กิจกรรมวาดภาพระบายสีตัวอักษรพยัญชนะไทย หรือการสอนประสมคำจากนิทาน เป็นต้น

ครูผู้สอนในรูปแบบวอลดอร์ฟมีหน้าที่ทำให้เด็กรักการเรียนรู้ในแบบต่างๆ รู้สึกมีความสุข มีความสนใจที่จะเรียนรู้ คอยกระตุ้นจินตนาการและส่งเสริมความสามารถพิเศษของเด็กแต่ละคน

โรงเรียนบางโรงเรียน มีหลักสูตรการเรียนการสอนในแบบต่างๆอย่างเข้มข้น แต่บางโรงเรียนก็เลือกแนวผสมผสาน โดยการหยิบจุดเด่นของแต่ละแนวมาประยุกต์ใช้ เด็กในวัยอนุบาลนั้น เป็นวัยที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องเน้นในเรื่องของการอ่านและเขียนมากมาย สิ่งสำคัญของวัยนี้คือการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก และกล้ามเนื้อมัดใหญ่ให้แข็งแรงเสียก่อน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้ต่อไป

คุณพ่อคุณแม่ที่สนใจอยากให้ลูกเรียนหลักสูตรใด และคิดว่าลูกเหมาะสมกับหลักสูตรไหน ที่โรงเรียนอะไร ควรจะได้เข้าไปเยี่ยมชมโรงเรียนนั้นๆเสียก่อน ในปัจจุบันโรงเรียนอนุบาลส่วนใหญ่ จะมีการเปิดโรงเรียน ให้บุคคลภายนอกขอเข้าเยี่ยมชม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์โรงเรียนไปในตัว และแสดงความสามารถของนักเรียนให้เป็นที่ประจักษ์กับบุคคลภายนอก คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังหาโรงเรียนให้ลูก ควรจะได้เข้าร่วมชมโรงเรียนที่อยู่ในตัวเลือกการตัดสินใจนะคะ เพราะการเยี่ยมชมโรงเรียน นอกจากจะได้ประเมินหลักสูตรและบรรยากาศภายในโรงเรียนเบื้องต้นแล้ว ยังช่วยทำให้ตัดตัวเลือกที่ไม่ใช่ออกได้อย่างง่ายดายค่ะ อย่าเลือก เพียงเพราะเขาเล่าว่า โรงเรียนของลูก คุณพ่อคุณแม่ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดที่เหมาะสมกับลูกเรานะคะ